2007/Jun/26

สบายดีกันใหม...ไม่พบกันซะนาน หายไปไหนมาหรอ?....ไม่ได้ไปไหนอะอู้ ไม่ได้อัพบลอก น่ะ...ก็ไม่ได้แก้ตัวไรนิ แฟนคลับหายหมด เหลือแต่แฟนขับ ขับไล่ให้มาอัพบลอก เอิ้กๆ - -"

เข้าเรื่องเลยละกัน ...สำหรับเรื่องในครั้งนี้บุคคลที่อยู่ในวัยทำงานคาดว่าอ่านแล้วคงโดนใจนิหน่อยมันก็เป็นเรื่องที่สังคมไทยนิยมทำกันมานาน............มากแล้ว แก้ไม่หายเหมือนไวรัสHIVที่ที่ยังโกงกินบ้านเมืองที่ไร้ซึ่งวัคซีน อ่ะยิ่งพล่ามยิ่งมั่ว........

เรื่องฮา (ห้ามส่งให้หัวหน้า.....เด็ดขาด!!!)

ตอนที่พระเจ้าสร้างมนุษย์ขึ้นมาใหม่ๆ อวัยวะต่างๆ ในร่างกายก็ทะเลาะกันว่า ใครควรจะเป็นหัวหน้า

สมองก็บอกว่า ฉันควรจะเป็นหัวหน้า เพราะฉันคิดและตัดสินใจต่างๆนานา

เท้าก็เถียงและบอกว่า ฉันต่างหากที่ควรเป็นหัวหน้า เพราะฉันเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด และต้องพาพวกแกทั้งหลายเคลื่อนไปยังจุดหมาย

มือก็สวนขึ้นมาทันที ฉันต่างหากที่ควรเป็นหัวหน้า เพราะฉันทำงานหาเงิน มาทำให้พวกแกทั้งหลาย มีชีวิตอยู่ได้

แล้วทั้งอวัยวะทั้งร่างกายก็ต่างยกเหตุผลที่ว่าตัวเองควรเป็นหัวหน้า

จนมาถึง ตูด ยังไม่ทันจะเอ่ยเหตุผลของตัวเอง ทุกอวัยวะก็ขำกลิ้งแล้วพร้อมใจบอกว่า ไม่มีทาง พวกเราไม่มีวันให้ตูดเป็นหัวหน้าแน่นอน

เมื่อเป็นดังนั้น ตูดก็สไตร์ค ไม่ยอมทำงาน เพียงไม่นาน อวัยวะต่างๆ ก็ปั่นป่วนไปหมด สมองที่ว่าแน่ๆ ถึงกับสลบเหมือด จนในที่สุดต้องยอมให้ตูดเป็นหัวหน้า

จากนั้น ทุกอวัยวะก็ต้องก้มหน้าก้มตาทำงานของตัวเองต่อไป ในขณะที่หัวหน้า ก็มีหน้าที่นั่งเฉย แล้วก็ปล่อยขี้ออกมา

ดังนั้น คุณไม่ต้องคิดว่าจะให้คนที่มีสมองเป็นหัวหน้า เพราะมันเป็นหน้าที่ของ ตูด เท่านั้น

เครดิตเรื่องนี้ให้พี่ที่บริษัทนะครับ พี่แกไปเปิดเวปเจอเลยได้ทราบมุมมองของตูดงามๆ

ตูดของคุณเป็นแบบนี้ไหมครับ......เอาแป้งทาตูดด้วยนะ อิๆ

2007/May/14

หายกะบาลไปนาน...กว่าจะลงมือเขียนก็โดนtagไป2ดอก ดอกแรกโดน10ดอกก็10โฮกในดวงใจ(ยังไม่ได้ทำเลย)แล้วก็โดนtagbagนี่ล่ะดอก2 เห็นว่าง่ายกว่า10โฮก เพราะมันอยู่ในกระเป๋าอิๆ

อ่ะ....นี่เลย Goobagตั้งชื่อซะเท่ถ้าเรียกแบบชาวบ้านๆก็ กระเป๋ากู นี่ล่ะ - -" ใบมันค่อนข้างใหญ่นิหน่อยใส่ของได้เยอะดีPMDที่บริษัทเขาให้มาเพราะว่าเอวเขาใหญ่ขึ้นเลยใส่กางเกงเอว30ไม่ได้ ....น่ะ..ก็ว่าไป ที่จริงกระเป๋าสีมันก็สวยดีอะนะ...แต่มีอยู่วันนึงทำน้ำส้มคั้นหกใส่พอล้างน้ำก็ด่างเลย ด่างเป็นสีอ่อนๆสวยดี เคยคิดเล่นๆว่าจะเอากระเป๋าไปแช่น้ำส้มคั้น(สีจะได้สวยๆ) แต่คิดอีกทีเสียดายของ.....เสียดายน้ำส้มคั้นนะ

ในกระเป๋ามีอะไรมั้ง...อ่ะใส่เป็นตัวเลขเลยจะได้อธิบายง่ายๆ กระเป๋าตั้งเบ่อเร่อมีของอยู่แค่เนี๊ย!!!

1.ที่บีบ(ไม่รู้ว่าชื่อทางการมันว่าไงอะนะ) เอาไว้บริหารข้อมือเวลาง่วง และ เวลาอารมณ์เสียชอบมาก....

2.Dicแปล Neg-Thi เล่มเล็กๆเน่าๆเอาไว้อ่านเพลินๆตอนยืนรอรถประจำทาง แล้วก็อ่านตอนไม่รู้จะทำอะไร

3.อาหารบำรุงเส้นผม ลองมาหลายยี่ห้ออันนี้ของ regina เข้าท่าดีเพราะไม่ฉุน

4.wax ขน....ขนกะบาลของ gatby เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยได้ใช้แต่ก็พกให้หนักกระเป๋าไปงั้นๆล่ะ...เพื่ออะไร?...ไม่รู้

5.ครีมกันแดด eucerrin เป็นครีมกันแดดที่แพงสาดที่สุดเท่าที่เคยใช้มา แต่ก็นะคุณภาพสมราคาจริงๆซัดไปซะspf 60 ทาแล้ววิ่งลุยไฟได้เลยมั้งนี่...ต้องลองๆ

6.ปิ่นปักผมการาปังหา....เอ่อ...ผมใช้เองล่ะ เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยได้ปักเพราะจะรวมผมแล้วมัดเอามันง่ายดี

7.ปากกา สรรพคุณของมันคงไม่วิเศษอะไรเท่ากับการเอาไว้จดบันทึกละนะ - -"

8.หวี........................................................................................................................................กะบาล

9.แว่นตา........เอาไว้ใส่ตอนทำงานเท่านั้น เพราะมันเป็นเลนส์ตัดแสงไม่ใช่แว่นสายตา

10.หูฟัง...สภาพตอนนี้จะเรียกว่าหูพังก็ได้ละมั้ง จะเอาอะไรกับของราคา120บ. คุณภาพตามราคาว่างั้น

11.ขยะแห้ง พกไว้เป็นเครื่องลางของขลัง มียางรัดผม ใบสริปเงินเดือน ใบภ.ง.ด.91(ภาษี) ตั๋วรถเม สมุดบันทึก

12. ยาอมตราตะขาบ5ตัว ซองละ10บ.แก้อาการไอ ขับเสมหะ ใช้ได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ หลังจากอมแล้วเมื่อทานสิ่งใดๆก็ตามจะทำให้มีรสหวาน น้ำเปล่ายังหวาน ยิ่งซดเบียด้วยยิ่งหวาน.....แง่มๆไม่เชื่อก็ไปลองดู

13.สมุดบันทึกเล่มที่2 เอาไว้วาดรูปเล่นด้วย เอาไว้จดคำศัพท์ด้วย และอีกหลายๆอย่างที่ดีกว่าเอาไปพับจรวด

14.ร่ม...กันแดด กันฝน....มันทำอะไรได้มากกว่านี้อีกมะนี่

ปล.to.คุณ chococoh 10โฮกในดวงใจ ขอติดไว้ก่อนนะเดี๋ยวจะเอามาลงในโอกาสต่อไปนะ อิๆ

2007/Apr/23

งกรานต์..........วันแห่งการพักผ่อน วันแห่งครอบครัว ในทุกปีญาติๆทั้งหลายก็จะต้องกลับมาบ้านเกิด กลับมาเยี่ยมคุณยาย และทำบุญกระดูกให้กับคุณตาที่หลับไหลในป่าช้าของวัด แต่ปี2550 นี้ช่างแปลกยิ่งนักญาติลูกหลานคุณยายหานหัวหายกะบาลกันไปหมด บ้านของคุณยายเงียบเหมือนป่าช้า มีแต่เสียงคนที่เช่าบ้านแว่วตามลมมาเป็นพักๆ แทนที่บ้านหลักหลังใหญ่จะครึกครื้น ...นี่คงเป็นจุดเปลี่ยนขาลงของบ้านหลังนี้ มันเป็นช่วงที่พวกที่อ้างตัวเองว่าเป็นผู้ใหญ่ อ้างตัวเองว่ามีความรับผิดชอบ อ้างไปเรื่อย แล้วก็ทิ้งผู้มีพระคุณ ทิ้งบ้านเกิด ทิ้งหลังคาหลังแรกที่เคยให้หลบลมฝน ลมหนาว

บัดนี้ คุณยาย แสวง มณฑา ท่านผู้ที่เลี้ยงดูผมตังแต่อายุ3ขวบครึ่งจนถึงอายุ18ปี บัดนี้ คุณยายได้นอนอยู่ที่โรงพยาบาล ด้วยวัย85ปี(มั้ง) ร่างกายที่เคยแข็งแรง เคยพูดมากช่างถามช่างคุย ยอดนักเดิน เดินทั้งวัน แต่ตอนนี้ไร้เรี่ยวแรงที่จะทำสิ่งที่ถนัดแล้ว มีที่เคยหุ่งข้าวตอนเช้าก็ขยับได้ช้าแค่แบมือก็คงลำบาก ปากที่เคยพูดมากตอนนี้มีแต่เสียงลมแผ่วเบา คุณยายพยามจะพูดตอนที่ผมไปเยี่ยมที่โรงพยาบาล แต่ก็พูดไม่ค่อยรู้เรื่องแล้ว ดวงตาของยายที่เมื่อก่อนมีพลังที่สามารถสยบความกวนบาทาของผม สายตาที่ด่าได้โดยไม่ต้องพูด ..ทำได้แค่กระพริบตาปริบๆและมีน้ำตาคลอๆ....มันเป็นน้ำตาของความทรมาณ หรือดีใจที่หลานกลับมาเยี่ยม

ร่างกายของคุณยาย ณ ตอนนี้ได้ถูกมัดมือ2ข้างขึงพืดไว้กับเตียงคนไข้ เพราะคุณยายชอบแอบดึงสายยางที่ให้อาหารทางเส้นเลือด....ท่อหายใจเสียบที่รูจมูก + สายดูดน้ำมูก สายอาหารเสียบที่ข้อมือ แล้วก็มีท่อลำเรียงปัสวะ คุณยายจอมพลังของผม ตอนนี้กลายเป็นมนุษย์สายยางไปซะละ

สงกรานต์ปี2549 ผมได้กราบเท้าคุณยาย

สงกรานต์ปี2550 ผมได้หอมแก้มคุณยาย หอมครั้งที่1คือครั้งแรกของผม หอมแก้มครั้งที่2คือครั้งสุดท้าย

หลังจากนี้ผมคงจะพบคุณยายอีกครั้งที่วัด

ความจริงที่ต้องยอมรับ ปลายทางของทุกคน