2007/Jun/26

สบายดีกันใหม...ไม่พบกันซะนาน หายไปไหนมาหรอ?....ไม่ได้ไปไหนอะอู้ ไม่ได้อัพบลอก น่ะ...ก็ไม่ได้แก้ตัวไรนิ แฟนคลับหายหมด เหลือแต่แฟนขับ ขับไล่ให้มาอัพบลอก เอิ้กๆ - -"

เข้าเรื่องเลยละกัน ...สำหรับเรื่องในครั้งนี้บุคคลที่อยู่ในวัยทำงานคาดว่าอ่านแล้วคงโดนใจนิหน่อยมันก็เป็นเรื่องที่สังคมไทยนิยมทำกันมานาน............มากแล้ว แก้ไม่หายเหมือนไวรัสHIVที่ที่ยังโกงกินบ้านเมืองที่ไร้ซึ่งวัคซีน อ่ะยิ่งพล่ามยิ่งมั่ว........

เรื่องฮา (ห้ามส่งให้หัวหน้า.....เด็ดขาด!!!)

ตอนที่พระเจ้าสร้างมนุษย์ขึ้นมาใหม่ๆ อวัยวะต่างๆ ในร่างกายก็ทะเลาะกันว่า ใครควรจะเป็นหัวหน้า

สมองก็บอกว่า ฉันควรจะเป็นหัวหน้า เพราะฉันคิดและตัดสินใจต่างๆนานา

เท้าก็เถียงและบอกว่า ฉันต่างหากที่ควรเป็นหัวหน้า เพราะฉันเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด และต้องพาพวกแกทั้งหลายเคลื่อนไปยังจุดหมาย

มือก็สวนขึ้นมาทันที ฉันต่างหากที่ควรเป็นหัวหน้า เพราะฉันทำงานหาเงิน มาทำให้พวกแกทั้งหลาย มีชีวิตอยู่ได้

แล้วทั้งอวัยวะทั้งร่างกายก็ต่างยกเหตุผลที่ว่าตัวเองควรเป็นหัวหน้า

จนมาถึง ตูด ยังไม่ทันจะเอ่ยเหตุผลของตัวเอง ทุกอวัยวะก็ขำกลิ้งแล้วพร้อมใจบอกว่า ไม่มีทาง พวกเราไม่มีวันให้ตูดเป็นหัวหน้าแน่นอน

เมื่อเป็นดังนั้น ตูดก็สไตร์ค ไม่ยอมทำงาน เพียงไม่นาน อวัยวะต่างๆ ก็ปั่นป่วนไปหมด สมองที่ว่าแน่ๆ ถึงกับสลบเหมือด จนในที่สุดต้องยอมให้ตูดเป็นหัวหน้า

จากนั้น ทุกอวัยวะก็ต้องก้มหน้าก้มตาทำงานของตัวเองต่อไป ในขณะที่หัวหน้า ก็มีหน้าที่นั่งเฉย แล้วก็ปล่อยขี้ออกมา

ดังนั้น คุณไม่ต้องคิดว่าจะให้คนที่มีสมองเป็นหัวหน้า เพราะมันเป็นหน้าที่ของ ตูด เท่านั้น

เครดิตเรื่องนี้ให้พี่ที่บริษัทนะครับ พี่แกไปเปิดเวปเจอเลยได้ทราบมุมมองของตูดงามๆ

ตูดของคุณเป็นแบบนี้ไหมครับ......เอาแป้งทาตูดด้วยนะ อิๆ

2007/May/14

หายกะบาลไปนาน...กว่าจะลงมือเขียนก็โดนtagไป2ดอก ดอกแรกโดน10ดอกก็10โฮกในดวงใจ(ยังไม่ได้ทำเลย)แล้วก็โดนtagbagนี่ล่ะดอก2 เห็นว่าง่ายกว่า10โฮก เพราะมันอยู่ในกระเป๋าอิๆ

อ่ะ....นี่เลย Goobagตั้งชื่อซะเท่ถ้าเรียกแบบชาวบ้านๆก็ กระเป๋ากู นี่ล่ะ - -" ใบมันค่อนข้างใหญ่นิหน่อยใส่ของได้เยอะดีPMDที่บริษัทเขาให้มาเพราะว่าเอวเขาใหญ่ขึ้นเลยใส่กางเกงเอว30ไม่ได้ ....น่ะ..ก็ว่าไป ที่จริงกระเป๋าสีมันก็สวยดีอะนะ...แต่มีอยู่วันนึงทำน้ำส้มคั้นหกใส่พอล้างน้ำก็ด่างเลย ด่างเป็นสีอ่อนๆสวยดี เคยคิดเล่นๆว่าจะเอากระเป๋าไปแช่น้ำส้มคั้น(สีจะได้สวยๆ) แต่คิดอีกทีเสียดายของ.....เสียดายน้ำส้มคั้นนะ

ในกระเป๋ามีอะไรมั้ง...อ่ะใส่เป็นตัวเลขเลยจะได้อธิบายง่ายๆ กระเป๋าตั้งเบ่อเร่อมีของอยู่แค่เนี๊ย!!!

1.ที่บีบ(ไม่รู้ว่าชื่อทางการมันว่าไงอะนะ) เอาไว้บริหารข้อมือเวลาง่วง และ เวลาอารมณ์เสียชอบมาก....

2.Dicแปล Neg-Thi เล่มเล็กๆเน่าๆเอาไว้อ่านเพลินๆตอนยืนรอรถประจำทาง แล้วก็อ่านตอนไม่รู้จะทำอะไร

3.อาหารบำรุงเส้นผม ลองมาหลายยี่ห้ออันนี้ของ regina เข้าท่าดีเพราะไม่ฉุน

4.wax ขน....ขนกะบาลของ gatby เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยได้ใช้แต่ก็พกให้หนักกระเป๋าไปงั้นๆล่ะ...เพื่ออะไร?...ไม่รู้

5.ครีมกันแดด eucerrin เป็นครีมกันแดดที่แพงสาดที่สุดเท่าที่เคยใช้มา แต่ก็นะคุณภาพสมราคาจริงๆซัดไปซะspf 60 ทาแล้ววิ่งลุยไฟได้เลยมั้งนี่...ต้องลองๆ

6.ปิ่นปักผมการาปังหา....เอ่อ...ผมใช้เองล่ะ เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยได้ปักเพราะจะรวมผมแล้วมัดเอามันง่ายดี

7.ปากกา สรรพคุณของมันคงไม่วิเศษอะไรเท่ากับการเอาไว้จดบันทึกละนะ - -"

8.หวี........................................................................................................................................กะบาล

9.แว่นตา........เอาไว้ใส่ตอนทำงานเท่านั้น เพราะมันเป็นเลนส์ตัดแสงไม่ใช่แว่นสายตา

10.หูฟัง...สภาพตอนนี้จะเรียกว่าหูพังก็ได้ละมั้ง จะเอาอะไรกับของราคา120บ. คุณภาพตามราคาว่างั้น

11.ขยะแห้ง พกไว้เป็นเครื่องลางของขลัง มียางรัดผม ใบสริปเงินเดือน ใบภ.ง.ด.91(ภาษี) ตั๋วรถเม สมุดบันทึก

12. ยาอมตราตะขาบ5ตัว ซองละ10บ.แก้อาการไอ ขับเสมหะ ใช้ได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ หลังจากอมแล้วเมื่อทานสิ่งใดๆก็ตามจะทำให้มีรสหวาน น้ำเปล่ายังหวาน ยิ่งซดเบียด้วยยิ่งหวาน.....แง่มๆไม่เชื่อก็ไปลองดู

13.สมุดบันทึกเล่มที่2 เอาไว้วาดรูปเล่นด้วย เอาไว้จดคำศัพท์ด้วย และอีกหลายๆอย่างที่ดีกว่าเอาไปพับจรวด

14.ร่ม...กันแดด กันฝน....มันทำอะไรได้มากกว่านี้อีกมะนี่

ปล.to.คุณ chococoh 10โฮกในดวงใจ ขอติดไว้ก่อนนะเดี๋ยวจะเอามาลงในโอกาสต่อไปนะ อิๆ

2007/Apr/23

งกรานต์..........วันแห่งการพักผ่อน วันแห่งครอบครัว ในทุกปีญาติๆทั้งหลายก็จะต้องกลับมาบ้านเกิด กลับมาเยี่ยมคุณยาย และทำบุญกระดูกให้กับคุณตาที่หลับไหลในป่าช้าของวัด แต่ปี2550 นี้ช่างแปลกยิ่งนักญาติลูกหลานคุณยายหานหัวหายกะบาลกันไปหมด บ้านของคุณยายเงียบเหมือนป่าช้า มีแต่เสียงคนที่เช่าบ้านแว่วตามลมมาเป็นพักๆ แทนที่บ้านหลักหลังใหญ่จะครึกครื้น ...นี่คงเป็นจุดเปลี่ยนขาลงของบ้านหลังนี้ มันเป็นช่วงที่พวกที่อ้างตัวเองว่าเป็นผู้ใหญ่ อ้างตัวเองว่ามีความรับผิดชอบ อ้างไปเรื่อย แล้วก็ทิ้งผู้มีพระคุณ ทิ้งบ้านเกิด ทิ้งหลังคาหลังแรกที่เคยให้หลบลมฝน ลมหนาว

บัดนี้ คุณยาย แสวง มณฑา ท่านผู้ที่เลี้ยงดูผมตังแต่อายุ3ขวบครึ่งจนถึงอายุ18ปี บัดนี้ คุณยายได้นอนอยู่ที่โรงพยาบาล ด้วยวัย85ปี(มั้ง) ร่างกายที่เคยแข็งแรง เคยพูดมากช่างถามช่างคุย ยอดนักเดิน เดินทั้งวัน แต่ตอนนี้ไร้เรี่ยวแรงที่จะทำสิ่งที่ถนัดแล้ว มีที่เคยหุ่งข้าวตอนเช้าก็ขยับได้ช้าแค่แบมือก็คงลำบาก ปากที่เคยพูดมากตอนนี้มีแต่เสียงลมแผ่วเบา คุณยายพยามจะพูดตอนที่ผมไปเยี่ยมที่โรงพยาบาล แต่ก็พูดไม่ค่อยรู้เรื่องแล้ว ดวงตาของยายที่เมื่อก่อนมีพลังที่สามารถสยบความกวนบาทาของผม สายตาที่ด่าได้โดยไม่ต้องพูด ..ทำได้แค่กระพริบตาปริบๆและมีน้ำตาคลอๆ....มันเป็นน้ำตาของความทรมาณ หรือดีใจที่หลานกลับมาเยี่ยม

ร่างกายของคุณยาย ณ ตอนนี้ได้ถูกมัดมือ2ข้างขึงพืดไว้กับเตียงคนไข้ เพราะคุณยายชอบแอบดึงสายยางที่ให้อาหารทางเส้นเลือด....ท่อหายใจเสียบที่รูจมูก + สายดูดน้ำมูก สายอาหารเสียบที่ข้อมือ แล้วก็มีท่อลำเรียงปัสวะ คุณยายจอมพลังของผม ตอนนี้กลายเป็นมนุษย์สายยางไปซะละ

สงกรานต์ปี2549 ผมได้กราบเท้าคุณยาย

สงกรานต์ปี2550 ผมได้หอมแก้มคุณยาย หอมครั้งที่1คือครั้งแรกของผม หอมแก้มครั้งที่2คือครั้งสุดท้าย

หลังจากนี้ผมคงจะพบคุณยายอีกครั้งที่วัด

ความจริงที่ต้องยอมรับ ปลายทางของทุกคน

2007/Feb/25

ความกลัวมักมาควบคู่กับความเสียดาย กลัวตายก็เสียดายชีวิต กลัวเงินหมดก็เพราะเสียดายตัง เมื่อเกิดความกลัวก็จะเกิดความระแวง และเกิดความคิดที่จะป้องกันรักษาสิ่งนั้นๆ เพื่อ.......ไม่ให้ความกลัวที่เกาะกินจิตใจได้เกิดขึ้นเร็วหรือป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น ประมาณว่ามี่ตังอยู่10บ. กลัวโดนขโมยก็ไปซื้อตู้เซพมาใส่เงิน10บ. ก็เพราะความกลัวจึงต้องกระเสือกกระสนไปซื้อตู้เซพ

ดังนั้นความกลัวจึงเป็นระบบการป้องกันตัวที่เกิดขึ้งเองตามธรรมชาติ เป็นสิ่งที่ไม่ต้องสั่งสอนเมื่อถึงเวลาเดี๋ยวมันเป็นไปเอง

แต่เราก็ได้แค่ป้องกัน เราก็ยังยืนกลัวอยู่ข้างหลังระบบป้องกันที่เราสร้างขึ้นเพื่อต่อต้านความกลัว เรายังกลัวอยู่เพียงแค่ยืดระยะเวลาแล้วก็ลุ้นว่าจะป้องกันได้หรือไม่ ความกลัวที่จะเกิดขึ้นมันก็ไม่หนีไปไหน มันยังอยู่ที่เดิมตลอดเวลาเราเองก็ยังคงยืนหลบอยู่ที่เดิม การกระทำเช่นนี้มันจะได้ประโยชน์อะไร....

ชนเลยดีกว่าไหม? ชนกับความกลัวน่ะล่ะ เอาแต่หลบก็รั้งแต่จะเสียเวลา เกิดมาแค่1ชีวิตลองเสี่ยงบ้างก็ดี ดีกว่าไม่เคยเลย บางทีการที่คุณไปชนกับความกลัวอาจได้ความรู้สึกที่ดีกว่าการป้องกันก็ได้ ขอย้ำนะว่าความกลัวมันมากับความเสียดาย .....แต่คุณลืมอะไรไปรึเปล่าว่า คุณเริ่มมาจาก 0 เริ่มการใช้ชีวิตจากการแก้ผ้าออกมาจากท้องแม่คุณไม่มีอะไรเลยก่อนที่จะมีวันนี้ ...วันที่คุณกำลังจะเสียดายเมื่อความกลัวแวะมาหาคุณ คุณพร้อมจะชนกับมันหรือยัง

ขออวยพรให้กับท่านที่พร้อมจะชน ขอความกล้าหาญจงเป็นเครื่องประดับเคียงคู่ใจท่านตลอดกาล

วันนี้ยังมีลมหายใจ พรุ่งนี่อาจเป็นแค่ข่าวลือ อาจเป็นแค่เรื่องเล่า

2007/Jan/30

มีหลายเรื่องที่จะเขียนแต่ก็ไม่ได้เขียน ทั้งอู้ ทั้งขี้เกียจ รวมถึงการเดินทางไปธุระต่างๆ ล้วนเป็นความจริงที่ต้องเอามาเป็นข้ออ้างว่าทำไมต้องดองบลอกจนมีฟองแล้วก็กลิ่นเปรี้ยวขนาดนี้....
เข้าเรื่องกันเลยละกัน... ทุกคนล้วนมีความต้องการ มีสิ่งที่อยากได้ แต่ความต้องการไม่ได้แปลว่าแค่คืดว่าอยากได้แล้วจะต้องได้ เพราะบางอย่างที่เราต้องการมันแลกมาด้วยเงินไม่ได้ บางอย่างต้องแลกมาด้วยอวัยวะ ร่างกาย ชีวิต จิตใจ เวลา หรือแม้กระทั่งดวงหรือโชคชะตา บางอย่าง...แค่มีเงินมันก็ช่วยอะไรไม่ได้
โดยส่วนตัวผมเองก็ไม่ได้เป็นคนอยากได้อะไรนักหนากับชีวิต บางครั้งก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอะไรคือสิ่งที่อยากได้มากที่สุดในชีวิต จนวันนึงดวงชะตานำพาให้พบกับลมหายใจอุ่น ซึ่งเป็นลมหายใจที่หายไปจากความทรงจำของผมนาน...มาแล้วกว่า10ปี เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าลมหายใจอุ่นดูมีค่ากว่าลมหายใจอื่นๆที่เคยผ่านพบมา แต่ลมหายใจก็คือลมหายใจล่ะนะเราได้มีโอกาสพบแต่มิอาจไขว่คว้าได้ตามที่ใจต้องการ ลมหายใจย่อมมีเส้นทางของตัวเอง แม้จะจับต้องไม่ได้ อย่างน้อยก็ยังได้รับไออุ่นบางเบาจากลมหายใจนั้น
โชคชะตาทำให้ได้พบ....ความจริงทำให้ต้องจากกัน.....พบกันเพื่อจากกัน

2007/Jan/09

หะๆ.........โดนtag แค่5ข้อจะพอหรือนี่ เริ่มเลยละกัน

1.ผมไม่ชอบกินเนื้อไก่ที่อยู่ในน้ำ(ถ้าไม่จำเป็นก็จะไม่กินไม่ใช่ว่ากินไม่ได้นะแต่ไม่ค่อยชอบ) เช่น แกงไก่ ก๋วยเตี๋ยวไก่ อาหารใดๆก็ตามที่มันมีไก่ในน้ำน่ะล่ะผมไม่ค่อยชอบ...แต่ไก่ทอด ไก่ย่าง ผมกินเพราะมันไม่อยู่ในน้ำ

2.ผมชอมกินผักที่มีรสขมทุกชนิด ครั้งหนึ่งผมอยากกินสะเดามาก แต่ช่วงนั้นสะเดาที่บ้านผมกินมันหมดแล้ว แต่น้ำปลาหวานมันยังไม่หมด ความอยากที่จะกินผักรสชาติขมมันยังไม่หมดตามสะเดา ในบ้านผมมีต้นยอ อยู่1ต้นตอนนั้นก็คิดขึ้นมาได้ว่าเวลากินห่อหมกใบยอที่รองกระทงของห่อหมกมันก็จะขมๆ.ฮื่ม....ได้กินของขมแน่คราวนี้ ว่าแล้วก็รีบไปเด็ดใบยอแล้วเอาไปต้มน้ำ จากน้ำก็หั่นใบยอแล้วก็ซัดกับข้าว+น้ำปลาหวานโลด...งืมๆ...ขมได้ใจ..แต่....นอกจากรสขม มันมีของแถมที่ไม่พึงประสงค์ มันคือเหม็นเขียว ความเหม็นเขียวแบบสุดๆเหม็นเขียวขึ้นจมูก ไอ้รสขมจัดๆ น่ะชอบ แต่เหม็นเขียวนี่รับไม่ได้จริงๆกินไปได้2-3คำก็เลิกทนเหม็นเขียวไม่ไหว......เคี้ยวใบฟ้าทลายโจรซะยังจะดีกว่า

3.เคยโดนลอบทำร้ายจากใครก็ไม่รู้เพราะไม่รู้จักหลังจากที่ผับปิด ด้วยความแค้นจึงไปปรึกษาพี่ ช ของผม พี่แกก็ไปหยิบปืนมาให้ผม ส่วนไอ้ตัวแสบที่มันลอบกัดมันนั่งกินข้าวในตลาดโต้รุ่งถ้าไปซัดกลางตลาดคงได้ดังทั้งจังหวัดแน่แต่ด้วยสติที่ยังมีอยู่ผมเลยส่งปืนคืนพี่ผมไป เพราะถ้าวันนั้นฆ่าคน วันนี้คงไม่ได้มานั่งเขียนบลอกซะแน่แท้(อำนาจฆ่าคนอยู่ในมือ การตัดสินใจว่าจะฆ่าหรือปล่อยให้รอดมันอึดอัดดีเหมือนกันนะ)

4.หะๆ...เคยเป็นเชียหรีดเดอร์ ตอน ปวช.3 (มั้ง) เห็นเพื่อนมันเป็นก็เลยขอไปลองมั่ง จึงได้รู้ว่าเออ....หนุกดีแฮะ แต่เบื่อต้องมาจำท่าชะมัดเลย สเต็บไรนักหนาวะนี่

5.ตอนสมัยเรียน ปวช.3 (ช่วงก่อนจบ)รับอาสาทำบล็อกสกรีนให้เพื่อนในห้อง ทำให้เกือบทั้งห้อง หลังจากทำเสร็จส่งงานเรียบร้อยผมก็ถูกหามเข้าไปนอนให้น้ำเกลือในโรงพยาบาล ได้ดื่มน้ำเกลือทางเส้นเลือด3ขวดโตๆ เหตเพราะว่าอดนอนมากไป

6.ไม่ชอบดื่มกาแฟและขนมทุกชนิดรสกาแฟ เพราะไม่ชอบกลิ่นกาแฟ (นึกอยากจะแถมอีก1ข้อ)

ผู้โชคดีที่จะโดนTag มีดังนี้ (อีก2คนเดี๋ยวคงจะตามมา)

1.i-da

2.chococoh

3.mydeaw

2006/Dec/20

สังคมเติบโตด้วยกิเลส
ความอยาก ความต้องการ ทำให้เกิดความคิดสร้างสรร ความอยากได้อยากมีเป็นแรงผลักดันทำให้เกิดสิ่งใหม่ๆ ดั่งเช่นความสะดวกสะบายต่างๆที่พวกท่านได้รับกันตั้งแต่อดีตจนถึงทุกวันนี้ ความเจริญต่างๆล้วนเกิดจากกิเลสทั้งสิ้น
ส่วนข้อเสียของกิเลสเป็นอย่างไร อันนี้ไม่ขอกล่าวถึงนะครับเพราะคงรู้อยู่แก่ใจกันดี มีขาว มีดำ เป็นเรื่องธรรมชาติ

2006/Dec/08

เข้าเรื่องกันเลยละกันนะ.........

ต้นไม้ใหญ่1ต้นตัดมาทำไม้ขีดไฟได้เป็นล้านก้าน

ไม้ขีดไฟ1ก้านสามารถเผาต้นไม้ให้วอดวายได้ทั้งป่า

ดั่งอารมณ์และการตัดสินใจของคนเรา เมื่อเกิดความคิดชั่ววูบ หากไร้การพิจารณาไตร่ตรองอย่างรอบคอบก็จะเป็นการเปลี่ยนแปลงชีวิตอย่างฉับพรัน ถ้าไม่เป็นไปทางด้านที่ดีมันก็จะเป็นภัยที่ร้ายแรงยากยิ่งที่จะย้อนเวลากลับมาแก้ไข

ขอไว้อาลัยให้กับสาวน้อยท่านหนึ่งที่เคยเป็นแฟนผมเมื่อเขายังมีชีวิต(โสดอีกแล้วสิเรา..ชิ)

2006/Nov/28

ความเหงา ..สำหรับผมมันคือช่องว่างของความคิด ความคิดความต้องการอยากได้แต่มันไม่มี เช่น "กูอยากมีแฟนจังเว้ย...แต่มันไม่มีซะที"เมื่อมันเกิดความอยากแล้วไม่ได้อย่างที่คิดไว้ก็ต้องมานั่งเหงา จึงได้เกิดช่องว่างที่ขาดหาย เพศตรงข้ามที่อยากได้มาเป็นคู่ครองจึงจะเป็นสิ่งเติมเต็มชีวิต...รึเปล่า?(อันนี้แค่ยกตัวอย่างให้คิดตามง่ายๆ ไม่จำเป็นต้องเรื่องแฟนก็ได้ที่จะเกิดความเหงานะครับ)
ความเหงา..สำหรับผม(2)มันคือการไม่มีอะไรจะทำ อยู่เฉยๆว่างๆเบื่อๆเซ็งๆ (ต้องยกตัวอย่างไหมนี่?.....อืมไม่ต้อง นิ)
วิธีแก้อาการเหงา ไม่เห็นจะยาก ก็แค่คุณหาอะไรมาทำให้มันเพลินๆทำแล้วคุณสนุกแล้วมีความสุขที่จะทำ แล้วก็มีจิตใจ+สมาธิจดจ่อกับสิ่งที่คุณทำในเวลานั้นๆด้วยนะครับ
ที่สำคัญเวลาที่คุณทำสิ่งใดอยู่ ไม่ใช่ว่าทำไปแล้วคิดถึงแฟนที่เพิ่งเลิกกันไปเมื่อ2ชม.ที่แล้ว ถ้าคุณมีนิสัยจิตใจวอกแวกขาดสมาธิอย่างแรงขนาดนี้นะ ผมขอแนะนำให้คุณออกนอกบ้านแล้วไปวิ่งเลยครับ วิ่งไปไกลๆเอาให้เหนื่อยแทบขาดใจ ในช่วงเวลาที่คุณเหนื่อยถ้าคุณสังเกตซักนิด(ถ้าคุณคิดจะสังเกตนะ 555)คุณจะลืมเรื่องที่คุณเหงาจากสิ่งต่างเลยล่ะ จะว่าไปการออกกำลังกายคือการกำจัดความเหงาได้ดีที่สุดก็ว่าได้....แต่จะมีซักกี่คนที่ทำน้อ....
ความเหงา..สำหรับผม(3)มันคือ จิตใจที่อ่อนแอ
.........หืม?..ผมเคยเหงาไหมน่ะหรอ?...เคยสิ หุๆผมก็คนนี่นา แต่ความเหงามันอยู่กับผมไม่นานนักหรอกเต็มที่ให้10นาทีกว่าๆละกัน ถ้าผมรู้ตัวว่าเริ่มเกิดอาการเหงาผมก็รีบกำจัดดังนั้น การที่ผมเหงา10นาทีก็เป็นเวลาที่มากเกินพอละ ความเหงาเป็นความรู้สึกส่วนเกินของผมซึ่งมันไม่จำเลยที่ผมจะต้องมีมันไว้ดังนั้นต้องรีบกำจัดเพื่อสุขภาพจิตที่ดีและสดใส บางคนชอบจมกับความเหงา ความเหงามันไม่ใช่ความสุขและผมเชื่อว่าคนพวกนั้นเขาก็รู้ว่าเหงาไม่ใช่ความสุขแต่ถ้าเขาชอบแบบนั้นก็ปล่อยเขาไปเมื่อเขาเลือกที่จะคิดแบบนั้นมันคือตัวเขาเองให้เขาจมกับความเหงาต่อไป วิธีปลอบใจคนที่ชอบความเหงา...ก็แค่บอกไปว่า "ช่างมัน"
....ความเหงา...ไม่เคยทำร้ายใคร และไม่เคยหายไป มันวนเวียนอยู่กับคุณทุกคนถ้าเมื่อใดเกิดช่องว่างมันก็จะมาทักทายเท่านั้นล่ะ

ปล.บทความนี้ไม่ได้แปลว่าผมเหงานะครับ นี่เป็นมุมมองการกำจัดเหงา เพราะทุกๆวันผมมีเรื่องให้ต้องทำมากมาย และยากยิ่งนักที่ความเหงาจะเข้ามาหาผมง่ายๆ

2006/Nov/10

ทุกๆท่านที่เป็นคนทำงาน เป็นมนุษย์เงินเดือน ท่านทั้งหลายที่มีเป้าหมายชีวิตที่หลากหลาย แม้คุณจะทำงานจนเอวแทบขาดก็ยังไม่รวยซักที อาจจะเป็นเพราะไม่มีโอกาสได้ไปกิน หิน กรวด ปูน เหล็ก ยารักษาโรค เหมือนพวกนักการเมืองเขากินกันเราถึงไม่รวยกับเขาซะที หรือเพราะว่าเกิดมาไม่รวย ก็ต้องทำใจซะนะเพราะว่าบุญเก่าทำมาน้อยเกิดมารอบนี้ก็ดำรงชีวิตแบบไม่เบียนใครก็พอแล้วล่ะ
ก็ลองคิดดูอีกทีนะ....คนรวย..รวยเพื่ออะไร...รวยเพื่อสรรหาสิ่งโน่นสิ่งนี่มาให้ตัวเขามี...ความสุข
....มนุษย์เงินเดือน...ทำงานเพื่อจุดมุ่งหมายแต่ละบุคคล(หรือว่าอยากจะรวย)...สุดปลายทางก็เพื่อ...ความสุข
ในเมื่อปลายทางมันมีคำตอบแบบเดียวกัน คุณพอจะรู้คำตอบในเรื่องนี้หรือยังว่าชีวิตคุณในวันนี้หรือพรุ่งนี้ คุณควรจะคิดกับมันแบบไหน

คนรวย..บางคนรวยแล้วอาจไม่มีความสุขก็ได้ เพราะมัวแต่คิดที่จะไขว่คว้าไร้ความพอดี มันก็จะทุกข์ใจเหมือนชูชกที่กินเท่าไรก็ไม่อิ่มจนท้องแตกตาย